#จะนะก็แค่ปากซอย: ค่ายภาคใต้ภายใต้ความรักและความรู้

ปิยรัตน์ แซ่อึ้ง

โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม

Email:


ในปี 2567 โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ได้จัดโครงการ “กิจกรรม MWIT พี่ช่วยน้อง ให้ความรักและความรู้ 6 ภูมิภาค” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ จากความร่วมมือของคณะทำงานกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 2 กิจกรรมที่มารวมตัวกันเฉพาะกิจ คือ กิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ และกิจกรรมจิตสำนึกความเป็นไทยและความเป็นพลเมืองโลก

MWIT จัดค่ายบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ในทุกปีการศึกษา แต่ก็ห่างหายจากการจัดค่ายในพื้นที่ห่างไกลโรงเรียนมานาน ค่ายครั้งนี้จึงมีความพิเศษอย่างยิ่งคือจัดกระจายไปถึง 6 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ ซึ่งสอดคล้องกับลักษณะของ MWIT คือเป็นโรงเรียนที่มีนักเรียนมาจากทุกภูมิภาคของประเทศไทย ประกอบกับการเลือกจัดในช่วงมิดเทอมเบรก (ปลายเดือนกรกฎาคม) ซึ่งนักเรียนจะต้องเดินทางกลับบ้านอยู่แล้ว ค่ายครั้งนี้จึงเป็นโอกาสให้นักเรียนได้ไปทำประโยชน์เพื่อชุมชนบ้านเกิดของตนเอง

ผู้เขียนในฐานะคณะทำงานกิจกรรมจิตสำนึกความเป็นไทยและความเป็นพลเมืองโลกได้รับมอบหมายให้ร่วมดูแลนักเรียนในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ และผู้เขียนตั้งใจเลือกไป “ค่ายภาคใต้” ซึ่งจัดที่โรงเรียนเอิ้นวิทยานุสรณ์ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เนื่องจากภูมิลำเนาของผู้เขียนอยู่ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยมีคณะครูอีก 3 คนร่วมขบวนในครั้งนี้ คือ อาจารย์รัตนา สุขสำราญ, อาจารย์ปวรปรัชญ์ อิ่มละมัย และอาจารย์ดารุณี เจริญธรรมโกศล

ใต้การทำงานของนักเรียน

“ค่ายภาคใต้” หรือที่ผู้เขียนแอบตั้งชื่อเล่นว่า “ค่ายจะนะก็แค่ปากซอย” เกิดขึ้นจากนักเรียนแกนนำ 3 คน คือ ณฐมน วทนปรีชา, กิตินัทธ์ แก้วรักษ์ และกฤษณพงษ์ กอบกิจ ทั้ง 3 คนเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 คนแรกมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดสงขลา ส่วนอีก 2 คนมาจากจังหวัดตรัง ทั้ง 3 คนอยู่คนละห้องแต่ทำโครงงานกลุ่มเดียวกัน จึงมีความสนิทสนมกันอยู่แล้ว ณฐมนคือคนที่รับเป็นประธานค่ายภาคใต้ก่อน จากนั้นจึงชวนกิตินัทธ์และกฤษณพงษ์มาร่วมทีม พวกเขานิยามรูปแบบการทำงานค่ายนี้ว่า “เรา 3 คนช่วย ๆ กัน”

โรงเรียนที่นักเรียนทั้ง 3 คนเลือกไปคือโรงเรียนเอิ้นวิทยานุสรณ์ มาจากการสืบค้นข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตว่าโรงเรียนไหนที่ต้องการความช่วยเหลือบ้าง และเลือกโรงเรียนที่เดินทางไม่ลำบากจนเกินไป

ค่าย 6 ภูมิภาคดำเนินการตั้งแต่ช่วงปิดภาคเรียนเดือนเมษายน โดยเริ่มจากหานักเรียนที่สนใจเป็นประธานค่าย สำหรับค่ายภาคใต้ ณฐมนได้รับการทาบทามจากรุ่นพี่คณะกรรมการสภานักเรียน และเธอตอบรับในทันทีด้วยเหตุผลง่าย ๆ ว่า “ไม่มีความจำเป็นที่จะปฏิเสธงาน ถือว่าช่วย ๆ กัน ดีใจที่พี่เขานึกถึงเรา”

เมื่อได้ทีมแกนนำของแต่ละค่าย จากนั้นนักเรียนจึงประสานงานกับครู แล้วเข้าสู่ขั้นตอนการรับสมัครนักเรียนทีมงาน ซึ่งทุกค่ายดำเนินการพร้อมกัน การคัดเลือกนั้นไม่ได้อาศัยเพียงความเร็วในการสมัครทาง Google Forms เท่านั้น แต่ยังมีคำถามที่นักเรียนแกนนำคิดเพื่อให้ผู้สมัครตอบเพื่อดูทัศนคติด้วย สำหรับค่ายภาคใต้ยังมีเงื่อนไขสำคัญประการหนึ่งที่แจ้งไปตั้งแต่ตอนรับสมัครคือ ต้องการคนที่มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้ เพราะค่ายจัดในช่วงกลางมิดเทอมเบรก การอยู่ในโซนภาคใต้จึงสะดวกต่อการเดินทางไปจุดนัดพบที่อำเภอหาดใหญ่ การรับสมัครทำให้ได้ทีมงานชาวภาคใต้มาอีก 30 คน ส่วนใหญ่เป็นนักเรียน ม.4 และ ม.5 กลายเป็น “ค่ายภาคใต้ โดยคนใต้ เพื่อคนใต้”

การนัดพบชาวค่ายครั้งแรกเป็นการประชุมแบบออนไซต์ ผู้เขียนเพียงพูดภาพรวมและขอข้อมูลการเดินทางของนักเรียนเพื่อนำไปประสานงานกับส่วนกลางต่อ ส่วนการวางแผนงานในค่ายนั้นขับเคลื่อนโดยนักเรียนแกนนำ เริ่มจากการอธิบายรายละเอียดงานทั้งหมด และแบ่งฝ่ายงานตามความสมัครใจของทีมงาน จนได้คนดูแลกิจกรรมหลักในค่าย 3 ฝ่าย ได้แก่ พี่กลุ่ม พี่สันทนาการ และพี่ฐาน หลังจากวันนั้นนักเรียนติดตามงานกันผ่านไลน์กลุ่มโดยมีครูเป็นผู้สังเกตการณ์และเสริมข้อมูลบ้าง มีการประชุมออนไลน์อีก 3 ครั้ง แล้วจึงนัดซ้อมเสมือนจริงแบบออนไซต์ 1 ครั้ง

ท่ามกลางภาระงานที่ล้นมือของนักเรียนแต่ละคน ปฏิเสธไม่ได้ว่าการทำงานค่ายอย่างมีประสิทธิภาพเกิดจากระบบและการวางแผนของทีมแกนนำทั้ง 3 คน และส่วนหนึ่งที่ทำให้พวกเขาคล่องแคล่วขนาดนี้ก็คือกิจกรรมต่าง ๆ ใน MWIT ทั้งประสบการณ์อ้อมจากการเป็นทีมงานในกิจกรรมอื่น รวมทั้งการได้เห็นแนวทางการทำงานของรุ่นพี่ในกิจกรรมโรงเรียน และประสบการณ์ตรงในการเป็นผู้นำ กฤษณพงษ์เป็นคณะกรรมการหอพัก กิตินัทธ์เคยเป็นผู้ประสานงาน cultural day ซึ่งเป็นกิจกรรมห้องในช่วง ม.4 โดยเฉพาะณฐมนที่เป็นเด็กกิจกรรม ทั้งเคยเป็นคณะกรรมการสภานักเรียนและเป็นผู้นำในหลายกิจกรรมมาก่อน 

“โชคดีที่เคยเป็นเฮดงานอื่นมาก่อน ก็เลยพอจะรู้รูปแบบในการทำงานว่าควรจะแจกงานอย่างไร กำหนดเวลาเท่าไร เวลาประชุมควรพูดอะไรบ้าง”

นอกจากความเป็นผู้นำอันแข็งแกร่งของนักเรียนกลุ่มแกนนำแล้ว ทีมงานทั้ง 30 คนก็แข็งขันไม่แพ้กัน โชคดีที่นักเรียน ม.5 เพิ่งจัดค่ายบำเพ็ญประโยชน์หรือที่เรียกกันว่า “ค่ายห้อง” ไปในช่วงเดือนมิถุนายน จึงทำให้มีประสบการณ์ในการออกแบบกิจกรรม ส่วน ม.4 แม้จะไม่เคยเข้าร่วมค่ายบำเพ็ญประโยชน์ใน MWIT มาก่อน แต่ก็พร้อมเรียนรู้การทำงานจากรุ่นพี่

“ภูมิใจที่ตัดสินใจมาเป็นเฮดกิจกรรมนี้ การให้เป็นสิ่งที่ทุกคนควรทำอยู่แล้ว อยากให้ค่ายนี้เป็นแรงบันดาลใจให้น้อง ๆ พัฒนาตนเองและแบ่งปันให้คนอื่นต่อไป”

(กฤษณพงษ์ กอบกิจ)

“ภูมิใจที่ก้าวข้ามเซฟโซนมาทำงานในสเกลที่ใหญ่ขึ้นได้ ได้เห็นมุมมองใหม่ ๆ จากการทำงาน พอมาเป็นเฮด ต่างจากตอนที่เป็นแค่ผู้ปฏิบัติงาน เพราะต้องวางแผนจัดการงาน ถึงช่วงแรกจะกังวลบ้าง แต่พอไปค่ายแล้วเห็นน้อง ๆ สนุกก็ดีใจ พอน้องบอกว่าอยากให้มาอีกในปีหน้า ความเหนื่อยที่เตรียมงานมาก็หายหมดเลย น้อง ๆ ได้ประโยชน์จากกิจกรรม เราเองก็ได้เรียนรู้การทำงาน”

(กิตินัทธ์ แก้วรักษ์)

“ภูมิใจในชาวค่ายภาคใต้ทุกคนมาก ๆ ทุกคนตั้งใจทำหน้าที่ตัวเองและช่วยเหลือกัน น้องที่มาเข้าร่วมกิจกรรมก็เต็มที่มาก กิจกรรมค่ายภูมิภาคเกิดจากแนวคิดที่ดีมาก ๆ เพราะได้กระจายไปสู่หลายพื้นที่ และนักเรียน MWIT ที่มาจากทุกภูมิภาคได้กลับไปทำอะไรให้ภูมิภาคตัวเอง มันคือภาพที่ชัดมากของคำว่าจิตอาสา”

(ณฐมน วทนปรีชา)

ใต้เครือข่ายผู้ปกครอง

“ตอนแรกแม่ไม่ทราบเลยว่าทำไมนักเรียนตัดสินใจเลือกโรงเรียนนี้ เพราะแม่ก็ไม่รู้จักโรงเรียนนี้ พอดู Google Maps ก็เห็นว่าเป็นโรงเรียนค่อนข้างไกลจากตัวเมือง และเป็นโรงเรียนที่ขาดแคลนจริง ๆ จึงเข้าใจได้ว่าทำไมนักเรียนอยากมาช่วย ผู้ปกครองก็คุ้มค่าที่สละแรงกายแรงใจมาช่วยประสานงาน เรารู้สึกว่าได้มาช่วยจริง ๆ และเขาได้รับประโยชน์จริง ๆ” คือความรู้สึกของผู้ปกครองของณฐมน ผู้มีส่วนช่วยประสานงานให้ค่ายครั้งนี้สำเร็จลุล่วง

เนื่องจากทั้งนักเรียนและครู MWIT ไม่สามารถเดินทางไปสำรวจพื้นที่และเตรียมงานบางส่วนในพื้นที่เองได้ การประสานงานในพื้นที่ส่วนใหญ่จึงต้องอาศัยความช่วยเหลือจากผู้ปกครองในพื้นที่ และเครือข่ายผู้ปกครอง MWIT ก็ยังเป็นฝ่ายสนับสนุนที่เข้มแข็งเสมอ

“พอรู้ว่าจะมีการจัดค่ายบำเพ็ญประโยชน์ของนักเรียน ผู้ปกครองก็ดีใจ เพราะนักเรียนจะได้ใช้ความรู้ตัวเองมาช่วยเหลือคนอื่น เป็นเวทีหนึ่งที่จะมาสร้างไอเดียให้น้องเล็ก ๆ ที่อาจจะไม่เข้าใจว่าวิทยาศาสตร์อยู่รอบตัวเราและนำมาประยุกต์อะไรได้บ้าง เมื่อเรียนต่อในชั้นมัธยม น้องจะได้อยากเรียนวิทยาศาสตร์หรือต่อยอดอะไรได้

เด็ก MWIT ถึงบางคนจะเป็นเด็กต่างจังหวัด แต่ส่วนใหญ่ก็อยู่ในเมืองของต่างจังหวัด พอไปเรียน MWIT ซึ่งถือเป็นพื้นที่เมือง ก็อาจจะลืมรากเหง้าตัวเอง เด็ก ๆ จะได้รู้ว่ามีคนอยู่เบื้องหลังที่เขายังขาดแคลน เป็นการกระตุ้นให้ตระหนักว่าในระบบการศึกษายังมีจุดที่ต้องการความช่วยเหลืออยู่ เพื่อจุดประกายให้เขาในอนาคต ต่อไปเมื่อไปช่วยเหลือใคร เขาจะได้รู้ว่าจะต้องมองจุดที่ขาดจริง ๆ”

เนื่องจากผลลัพธ์ที่เกิดแก่นักเรียน MWIT และโรงเรียนที่ไปจัดกิจกรรมให้ แม้กิจกรรมนี้จะใช้กำลังกาย กำลังใจ และกำลังคนมาก แต่ผู้ปกครองก็เห็นว่าประโยชน์ที่ได้กลับมาคุ้มค่ากับการลงทุน

“อยากให้มีทุกปีเลย คุณครูเหนื่อย นักเรียนเหนื่อย ผู้ปกครองเหนื่อยก็ใช่ แต่เห็นผลลัพธ์ก็หายเหนื่อย เหนื่อยแล้วกลับไปนอน ตื่นขึ้นมาก็หายแล้ว ค่าย 6 ภูมิภาคทำให้นักเรียนได้กลับไปต่อยอดที่บ้านเกิดตัวเอง ค่ายนี้จะสำเร็จไม่ได้เลยถ้าเครือข่ายผู้ปกครองไม่มาร่วมแรงร่วมใจขนาดนี้ ขอขอบคุณจริง ๆ และภูมิใจในตัวนักเรียนทุกคน” 

ใต้ความรักและความรู้

ชื่อค่าย “ให้ความรักและความรู้” ไม่ได้มีความหมายว่า MWIT คือผู้ให้ แต่ทั้ง 2 โรงเรียนต่างให้ทั้งความรักและการเรียนรู้แก่กันและกัน พี่ ๆ MWIT อาจเป็นแรงบันดาลใจให้น้อง ๆ ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนและสนใจวิทยาศาสตร์มากขึ้น น้อง ๆ ก็เป็นแรงบันดาลใจให้พี่ ๆ เรียนรู้จากการแบ่งปันและประสบการณ์ของน้อง

น้องโรงเรียนเอิ้นวิทยานุสรณ์ที่มาร่วมค่ายคือนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4, 5 และ 6 รวม 50 คน กิจกรรมหลักในค่ายเริ่มจากสันทนาการเพื่อละลายพฤติกรรม จากนั้นจึงเป็นการทำกิจกรรมฐาน 5 ฐาน ได้แก่ ฐานวิทยาศาสตร์ 2 ฐาน, ฐานคณิตศาสตร์, ฐานภาษาอังกฤษ และฐานความรู้ทั่วไปเรื่องการปฐมพยาบาลเบื้องต้น หัวข้อในแต่ละฐานคือสิ่งที่พี่ MWIT ประยุกต์มาให้เห็นว่าความรู้ในบทเรียนนำมาใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เพื่อจุดประกายให้น้อง ๆ ดังที่ ณฐมน กล่าวว่า

“การเรียนวันเดียวอาจไม่ได้ทำให้น้องเก่งขึ้น ไม่ได้เปลี่ยนชีวิตน้อง แต่อยากให้น้องเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อการเรียน อย่างน้อยทำให้เขารักการเรียนมากขึ้น ทำให้เขาเห็นว่าวิชาต่าง ๆ ไม่ได้อยู่แค่ในตำรา แต่ปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง ๆ”

บรรยากาศในค่ายเป็นไปอย่างสนุกสนานตั้งแต่เช้าถึงบ่าย พี่ ๆ นำกิจกรรมอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย น้อง ๆ ก็มีพลังเหลือเฟือในการทำกิจกรรม พี่บางคนที่สื่อสารภาษาใต้ได้ก็เลือกใช้ภาษาใต้กับน้อง พี่ที่ชอบเล่นกีฬาก็ลงสนามไปเล่นแชร์บอลกับน้องตอนพักเที่ยง บ้างก็ชวนคุยผลัดกันเล่าเรื่องราวต่าง ๆ เวลา 8 ชั่วโมงในวันนั้นเพียงพอให้ต้นมิตรภาพเติบโต โดยมีครูและผู้ปกครองเป็นฝ่ายสังเกตการณ์และฝ่ายสนับสนุนอยู่ใกล้ ๆ

“นักเรียนที่นี่อาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าโรงเรียนมหิดลฯ อยู่ที่ไหน” คือประโยคที่เกิดขึ้นระหว่างที่ผู้เขียนสนทนากับผู้จัดการโรงเรียนเอิ้นวิทยานุสรณ์

ระยะทาง 982 กิโลเมตร (วัดจาก Google Maps) ระหว่าง 2 โรงเรียนนั้นอาจห่างไกลสำหรับการเดินทาง แต่การเดินทางไกลครั้งนี้ก็คุ้มค่าสำหรับการเติบโต ความรู้และความรักที่งอกงามขึ้นในค่ายอาจจะทำให้หลายคนพบว่าแท้จริงแล้ว “จะนะก็แค่ปากซอย”

ค่ายเริ่มจากความรู้คู่ความรัก

ให้ประจักษ์สองคำนี้มีความหมาย

“รักเรียนรู้” หลากวิชาหารอบกาย

“เรียนรู้รัก” แผ่ขยายด้วยไมตรี


ขอบคุณผู้ให้สัมภาษณ์:

น.ส.ณฐมน วทนปรีชา, นายกิตินัทธ์ แก้วรักษ์, นายกฤษณพงษ์ กอบกิจ, ผู้ปกครองของ น.ส.ณฐมน วทนปรีชา และอาจารย์รัตนา สุขสำราญ

We uses cookies to improve the functionality, performance, and effectiveness of our communications, detailed in our Privacy Policy. By continuing to use this site, or by clicking "Agree," you consent to the use of cookies.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ Settings

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น (Necessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้ - Session Cookies Administered by: Us Purpose: These Cookies are essential to provide You with services available through the Website and to enable You to use some of its features. They help to authenticate users and prevent fraudulent use of user accounts. Without these Cookies, the services that You have asked for cannot be provided, and We only use these Cookies to provide You with those services.

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์ (Analytical Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้ - Persistent Cookies Administered by: Us Purpose: These Cookies allow us to remember choices You make when You use the Website, such as remembering your login details or language preference. The purpose of these Cookies is to provide You with a more personal experience and to avoid You having to re-enter your preferences every time You use the Website.

Save