Pre-MWIT: เพราะพี่ ๆ อยากให้น้องรู้จัก MWIT

สุภวัฒก รัตนเมกุล

โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม

Email:


จากผู้สมัครกว่าหนึ่งหมื่นคน สู่การเป็นหนึ่งใน 600 คนที่ผ่านเข้าสู่การสอบคัดเลือกรอบสุดท้ายเพื่อเข้าเรียนในโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ (MWIT) พวกเขาทั้งหมดคือสุดยอดหัวกะทิ และในวันที่ 13 มกราคม 2567 เวลา 9.30 น. การสอบรอบสุดท้ายก็เริ่มต้นขึ้น เวลาสอบ 2 ชั่วโมง 30 นาทีอาจเป็นเวลาที่แสนสั้น แต่สำหรับผู้เข้าสอบแล้ว นี่อาจเป็นช่วงเวลาที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตพวกเขาไปตลอดกาล

เมื่อการสอบรอบนี้จบลง สิ่งต่อไปที่ผู้เข้าสอบจะได้เจอคือ กิจกรรมที่พี่ ๆ นักเรียน MWIT ระดับชั้น ม.4 และ ม.5 กว่า 200 ชีวิต เตรียมการมานานกว่า 6 เดือน เพื่อจุดประสงค์เพียงหนึ่งเดียว นั่นคือ เพื่อให้น้อง ๆ ได้รู้จัก MWIT มากขึ้น และตัดสินใจได้ว่า MWIT เหมาะกับตนเองหรือไม่ 

ค่าย Pre-MWIT หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า “ค่ายพรีฯ” จัดขึ้นเพื่อให้ว่าที่นักเรียน MWIT รุ่นถัดไปได้เข้ามาศึกษาความเป็นอยู่ภายในหอพัก กิจกรรม หลักสูตร เนื้อหาวิชาการ และมิติอื่นที่พี่ ๆ อยากให้น้องรู้ นอกจากนี้ค่ายนี้ยังมีชื่อเสียงเล่าลือกันอีกด้วยว่า

“การเข้าค่ายพรีฯ ช่วยให้ตัดสินใจมาเรียน MWIT”

ในช่วงโควิด-19 ที่ผ่านมา ค่าย Pre-MWIT ถูกจัดแบบออนไลน์ติดต่อกันถึง 2 ปี จนในปี พ.ศ. 2566 ค่าย Pre-MWIT กลับมาจัดแบบออนไซต์อีกครั้ง กีวี นักเรียน MWIT รุ่น 31 ประธานค่าย Pre-MWIT ในปีนั้น ได้เล่าถึงจุดมุ่งหมายในการทำค่ายของเขาตอนอยู่ ม.5 ว่า

“ผมได้ฟังเรื่องกิจกรรมค่ายพรีฯ มาจากรุ่นพี่โรงเรียนเก่า 5 รุ่นที่แล้ว ภาพที่พี่เล่าให้ฟังมันดีมาก น่าสนุกไปทุกอย่าง แต่ตอนปีที่เราเข้าค่ายพรีฯ ปีนั้นเป็นค่ายออนไลน์ มันก็ไม่ค่อยมีประสบการณ์อะไรมากมาย แต่ก็ยังสนุกนะ ได้เปิดกล้องเปิดไมค์คุยกับพี่ ๆ แล้วก็เล่นกิจกรรม แต่พอมาปีเรา ผมที่เป็นประธานค่ายพรีฯ ก็ตั้งใจว่า ค่ายนี้ควรจะมีสิ่งต่าง ๆ เหมือนปีเก่า ๆ มากที่สุด พวกพี่แฝง เพลงรักน้อง การบูมมหิดลฯ ท่าสันทนาการแปลก ๆ ละครค่าย อยากให้มันกลับมาหมดเลย เพราะเราคิดว่าถ้าไม่กลับมาปีนี้ มันจะหายไปตลอดกาลแน่ ๆ เพราะคนที่มีประสบการณ์ในค่ายออนไซต์ปีสุดท้ายคือรุ่นพี่ MWIT 30 จะไปเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว จากนั้นเราก็เตรียมงานไปเรื่อย ๆ ในวันจริงเราได้รู้ว่า บรรยากาศภายในโรงเรียน การเทกแคร์จากพี่ กิจกรรม และความใส่ใจ ทำให้ใคร ๆ ก็อยากมา MWIT กัน”

เมย์มี่ นักเรียนชั้น ม.4 (MWIT รุ่น 33) ที่เคยเข้าค่าย Pre-MWIT ในปีนั้นเล่าว่า ตอนที่เธอสอบติดทั้ง MWIT และเตรียมอุดมศึกษา คุณแม่ของเธอแนะนำว่าควรเรียนที่ MWIT และเธอก็ไม่ได้ค้านอะไร เพราะเธอชื่นชอบค่าย Pre-MWIT เมื่อเธอเข้ามาใน MWIT เธอก็รู้สึกขอบคุณความพยายามของเธอ

“สังคมของ MWIT ดีมาก ๆ พี่ ๆ ดูแลเราดี เรารู้สึกอบอุ่น เราอยากส่งต่อให้รุ่นน้องว่า MWIT มันเป็นยังไงในแบบของเรา เราเลยเลือกมาเป็นพี่ประจำกลุ่มในค่าย Pre-MWIT ปี 2567 เพื่อจะได้เจอน้องเยอะ ๆ หลังจากทำงานมา เรามั่นใจว่าเราทำดีที่สุดเพื่อน้อง เราทำแบบของเรา คือตัวเราก็ไม่ได้เหมือนกับพี่ ๆ นัก แต่เราก็คิดว่าน้อง ๆ จะได้เห็นโรงเรียนอย่างที่เราและเพื่อนในรุ่นเป็น”

รูปที่ 1 รูปประชาสัมพันธ์ค่าย Pre-MWIT 2024
(ที่มา: เพจ Facebook “Pre-MWIT 2024: Legend Once Said”)

ในปี 2567 การเตรียมการของค่าย Pre-MWIT เปลี่ยนไปมาก เพราะมีค่ายปี 2566 เป็นตัวอย่าง ความกดดันและความคาดหวังจึงถาโถม แก้ม ประธานค่าย Pre-MWIT เป็นอย่างมาก เธอเล่าให้ฟังว่า “เป้าหมายของเราคือ อยากให้น้อง ๆ จดจำค่ายพรีฯ ได้ และช่วยให้น้องตัดสินใจว่าจะเข้า MWIT หรือไม่ เราอยากให้น้องได้เห็นทุกอย่าง เห็นตามความเป็นจริง ไม่มีเรื่องเสริมแต่ง เราไม่ได้อยากให้น้องเห็นเราเป็นโรงเรียนที่ดีที่สุด เราแค่อยากให้น้องรู้ว่าโรงเรียนนี้เหมาะกับน้องหรือเปล่า”

หลังจากการรอคอยกว่า 6 เดือน วันที่ 13 มกราคม 2567 หรือวันแรกของค่าย Pre-MWIT 2024 ก็เริ่มขึ้น พี่ประจำกลุ่มกว่า 200 ชีวิตต่างเฝ้ารอน้อง ๆ ม.3 ที่บริเวณประตูข้างโรงเรียน รถแต่ละคันที่ขับเข้ามาในเวลาบ่ายเศษจอดอยู่หน้าประตู พ่อแม่ผู้ปกครองของน้อง ๆ ต่างก็เดินมาส่งถึงบริเวณโต๊ะลงทะเบียน กอดและหอมแก้มเป็นการอำลา ก่อนจะปล่อยให้ลูกหลานของตนไปอยู่ในการดูแลของพี่ ๆ นักเรียน MWIT เป็นเวลาประมาณ 2 วัน

เมื่อหมดเวลาการลงทะเบียน ก็ถึงเวลาที่น้อง ๆ แยกย้ายไปตามกลุ่มของตัวเอง น้องจะได้รู้จักทั้งพี่และเพื่อนภายในกลุ่ม ได้รู้จักโรงเรียนในเบื้องต้นผ่านการบรรยาย กิจกรรมสันทนาการ ละครค่าย และกิจกรรมเกมใหญ่ในช่วงค่ำ จากนั้นจึงได้รู้จักระบบหอพักจากการเข้าพักจริง

ในวันที่ 2 กิจกรรมของค่าย Pre-MWIT เข้าสู่เนื้อหาวิชาการ เช่น การอธิบายหลักสูตรวิชาพื้นฐาน หลักสูตร สอวน. วิชาเพิ่มเติมต่าง ๆ ที่นักเรียนจะเลือกเรียนได้ตั้งแต่ ม.4 เทอม 2 รวมไปถึงกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมฐานที่ตั้งอยู่ในศูนย์กีฬา ใต้หอพัก ไปจนถึงสวนพฤกษศาสตร์และโรงฝึกงาน นอกจากนี้พี่คณะจัดทำค่ายได้เพิ่มกิจกรรม STEM Challenge เพื่อให้น้อง ๆ ได้ฝึกทักษะการคิดเชิงวิศวกรรม วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และสร้างสิ่งประดิษฐ์เพื่อแก้ปัญหาที่กำหนดให้

เมื่อจบการทำกิจกรรม STEM คอนเสิร์ตเล็ก ๆ ที่ถอดแบบมาจากกิจกรรมดนตรีใต้หอก็เริ่มต้นขึ้น เสียงเพลงที่ร้องออกมาจากการฝึกฝนอย่างหนักของพี่ ๆ MWIT อาจไม่ได้ไพเราะที่สุด แต่ก็กลั่นมาจากความพยายามร่วมเดือนที่อยากให้น้อง ๆ สนุกไปด้วยกัน

หลังจากนั้นเป็นกิจกรรมละครค่ายตอนที่ 2 และสรุปกิจกรรมว่าใน 2 วันที่ผ่านมาแต่ละกลุ่มได้คะแนนเท่าไร จากนั้นจึงมอบรางวัล เมื่อพิธีมอบรางวัลจบลงไม่นาน ไฟในห้องก็ดับลง ต้นเสียง “เจ้านกน้อยล่องลอยโผบิน สู่แผ่นดินทะเลสีคราม ความเหงาเอยมาคอยเหยียบย่ำให้ทรมาน” ก็เริ่มขึ้น พี่ ๆ เริ่มร้องเพลง “รักน้อง” มาจากกลางสนามบาสเกตบอล พี่ประจำกลุ่มที่รออยู่ระหว่างทางก็ร้องท่อนถัดไปในขณะนั้นเองน้อง ๆ ที่นั่งอยู่บนหอประชุมก็หลับตา ลุกขึ้นยืน และค่อย ๆ เดินตามมือของเพื่อน ๆ ที่เกาะอยู่กับพี่ประจำกลุ่มด้านหน้า ทั้งเสียงร้องเพลง เสียงเดิน ขั้นบันได และความมืดต่างเข้ารบกวนจิตใจของน้อง ๆ ม.3 แต่เสียงของพี่ ๆ ที่พูดว่า “ระวังขั้นบันไดนะคะ” “อย่าปล่อยมือพี่นะ” “ตรงนี้มีทางต่างระดับนะ” “ขั้นสุดท้ายแล้วครับ” ก็เป็นสัญญาณแทนความในใจว่าพี่จะไม่ปล่อยมือจากน้อง ขอแค่น้องไว้ใจพี่และก้าวเดินไปข้างหน้า พี่ MWIT จะคอยอยู่ข้าง ๆ เพื่อให้น้องไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ

เมื่อน้องทุกคนเดินมาถึงสนามบาสเกตบอล เสียงเพลงรักน้องก็จบลง ไม่นานนักน้อง ๆ ก็ลืมตาขึ้น และเมื่อหันมองไปด้านข้าง ก็พบว่ามีเพื่อนหนึ่งคนที่หายไปจากกลุ่ม และนั่นก็คือพี่แฝง พี่ที่มีหน้าที่แสดงเป็นเพื่อน ๆ ของน้องภายในกลุ่ม คอยพูดคุยซักถามสารทุกข์สุกดิบ เพื่อให้กิจกรรมภายในค่ายเป็นที่น่าจดจำสำหรับน้องทุกคน

เมื่อกิจกรรมในค่ำคืนนี้มาถึงช่วงสุดท้าย พี่ ๆ ทั้ง ม.4, ม.5 และ ม.6 ต่างเสียงแหบแห้ง แต่ด้วยความรักในค่าย Pre-MWIT และความต้องการส่งต่อความรู้สึกดี ๆ ให้น้อง ๆ ม.3 ทำให้พวกเขายังคงร้องเพลงรักน้องอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ประธานและรองประธานค่ายกล่าวความในใจจบแล้ว ท่ามกลางวงล้อมของคณะจัดทำค่าย ต้นเสียง “บูมมหิดลพร้อม” ก็ดังขึ้น และเสียงตอบรับของวงล้อมนักเรียน MWIT “พร้อมนำพร้อมทำพร้อมจะสู้” ก็ร้องตอบจนกระทั่งเพลงจบลง

หลังจากมีความสุขไม่นานก็ถึงเวลาจากลา น้อง ๆ กลับเข้าไปรวมกับกลุ่มของตนเอง ไม่มีน้ำตาแห่งความเสียใจจากพี่ ๆ ประจำกลุ่ม มีแต่น้ำตาแห่งความสุขที่ได้อยู่กับน้อง ๆ แม้จะเป็นเวลาไม่นาน แต่ความรู้สึกผูกพันระหว่างพี่กับน้องก็แน่นแฟ้นจนเหมือนรู้จักกันมานานแรมปี

อิงและมิกกี้ คือหนึ่งในนักเรียนชั้น ม.3 ที่ในตอนแรกพวกเขาไม่ได้รู้จัก MWIT มากนัก อิงบอกว่าสมัครค่าย Pre-MWIT เพราะเพื่อนอยากสมัคร และมาเข้าค่ายนี้เพราะเพื่อนมา ในขณะที่มิกกี้เล่าว่าพอจะรู้จัก MWIT อยู่บ้างว่าเป็นโรงเรียนวิทยาศาสตร์ที่มีนักเรียนเก่ง ๆ เต็มไปหมด และมีหลักสูตรไม่เหมือนโรงเรียนทั่วไป

แต่หลังจากเข้าค่าย Pre-MWIT อิงได้เล่าว่า “ตอนแรกคิดว่าโรงเรียนนี้น่าจะมีแต่เด็กเนิร์ด ๆ ไม่ค่อยพูด น่าจะเรียนทั้งวัน” และมิกกี้เสริมว่า “ภาพในหัวเราคือพี่ ๆ เนิร์ด ๆ นั่งเรียน ไม่พูดไม่จา แต่พอมาเจอจริง ๆ พี่ ๆ พูดคุยกันตลอด เชียร์อัปเรา แล้วก็ทำให้เรารู้สึกดีมาก ๆ กิจกรรมสันทนาการสนุกมาก พี่ ๆ ดูมีความสุขไปกับสิ่งที่ตัวเองทำ เราก็เลยสนุกตามเขาไปด้วยเลย”

เมื่อถามถึงความอยากเข้ามาเรียนที่ MWIT มิกกี้ตอบว่า “ต้องขอบคุณพี่ ๆ ที่คอยดูแลเรา จัดค่าย คุยเล่นกับเรา เรามีความสุขมาก MWIT จริง ๆ น่าสนใจกว่าที่เราเคยเห็น เราอยากเข้ามากขึ้นเพราะเพลงรักน้องเมื่อคืน เรารู้สึกพิเศษมาก ๆ พี่ ๆ น่ารัก แล้วก็โรงเรียนน่าเรียน” อิงเสริมว่า “พี่ ๆ ใส่ใจเราดีมาก ช่วยเราทุกอย่าง พาเล่นกิจกรรม ถ้าถามว่าอยากเข้าแค่ไหน นอกจากที่นี่ก็ไม่ได้ลงที่ไหนเป็นพิเศษ และพอเข้าค่ายเสร็จก็อยากเข้า MWIT มากที่สุด ถ้าสมมติว่าติดก็เข้าแน่นอน”

จากน้อง ๆ ที่สมัครเข้าค่าย Pre-MWIT กว่า 370 คน บางคนอาจสมหวัง ได้เข้าเรียนที่ MWIT เป็นหนึ่งใน 240 คนของนักเรียนรุ่น 34 และบางคนอาจไม่สมหวัง หรือเลือกไปเรียนตามเส้นทางของตนเอง แต่สิ่งที่พี่ ๆ MWIT อยากส่งต่อให้น้อง ๆ คือ ความพยายามและความตั้งใจเพื่อให้น้อง ๆ มีความสุข และได้รู้จัก MWIT ในแบบที่ MWIT เป็นจริง ๆ

แม้ว่าในวันที่ 15 มกราคม 2567 เวลา 12.00 น. ค่าย Pre-MWIT 2024: Legend Once Said ได้สิ้นสุดลงแล้ว แม้ 3 วันที่อยู่ด้วยกันอาจเป็นเวลาที่แสนสั้น แต่ “ตำนาน” ที่เราร่วมกันเล่าขานนี้จะตราตรึงในใจตลอดไป

ดอกไม้แย้มกลีบ บานแล้วในใจฉัน จงหอมชั่วนิรันดร์ มิโรยร่วงผ่านจากใจเราผอง…

รูปที่ 2 รูปกิจกรรมในค่ำคืนสุดท้ายของค่าย Pre-MWIT 2024
(ที่มา: เพจ Facebook “Pre-MWIT 2024: Legend Once Said”)

ผลงานของนักเรียนในรายวิชาเพิ่มเติม “การเขียนสารคดี” ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 สอนโดย อาจารย์ปิยรัตน์ แซ่อึ้ง สาขาวิชาศิลปศาสตร์

We uses cookies to improve the functionality, performance, and effectiveness of our communications, detailed in our Privacy Policy. By continuing to use this site, or by clicking "Agree," you consent to the use of cookies.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ Settings

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น (Necessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้ - Session Cookies Administered by: Us Purpose: These Cookies are essential to provide You with services available through the Website and to enable You to use some of its features. They help to authenticate users and prevent fraudulent use of user accounts. Without these Cookies, the services that You have asked for cannot be provided, and We only use these Cookies to provide You with those services.

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์ (Analytical Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้ - Persistent Cookies Administered by: Us Purpose: These Cookies allow us to remember choices You make when You use the Website, such as remembering your login details or language preference. The purpose of these Cookies is to provide You with a more personal experience and to avoid You having to re-enter your preferences every time You use the Website.

Save