พัฒนาการของระบบแนะแนวการศึกษาต่อของโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์

พิริยา ยังรอต และคณะทำงานแนะแนวการศึกษา

Mahidol Wittayanusorn School, Putthamonthon District, Nakorn Pathom

Email: ,


การงานเป็นประตูเปิดความสามารถของเราออกไปให้เป็นประโยชน์แก่โลกภายนอก พลังงาน ความคิด และจิตใจที่สร้างสรรค์ของเราจะสามารถปรากฏและเป็นประโยชน์ให้กับโลกใบนี้ ดังนั้นการงานจึงเป็นสะพานระหว่างตัวเรากับโลกภายนอก” เป็นคำกล่าวของรองศาสตราจารย์ ดร.โสรีช์ โพธิแก้ว คุณครูของข้าพเจ้าจากคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ข้าพเจ้าชื่นชอบทรรศนะดังกล่าว จึงนำมาเป็นหลักการในการทำงาน และข้าพเจ้ารู้สึกอิ่มเอิบ เป็นสุข และภาคภูมิใจที่การทำงานของข้าพเจ้าเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นไม่มากก็น้อย

ข้าพเจ้าจึงคิดว่าน่าจะดีไม่น้อยหาก “นักเรียน” ที่ข้าพเจ้าดูแลจะมีโอกาสได้สัมผัสความรู้สึกเช่นนี้ นี่คงเป็นเป้าหมายสูงสุดที่ข้าพเจ้าอยากให้เกิดขึ้นกับนักเรียนโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์

ดังนั้นข้าพเจ้าจึงตั้งปณิธานว่าจะวางรากฐานของกิจกรรมแนะแนวการศึกษาต่อให้เป็น “พื้นที่ที่นักเรียนทุกคนสามารถสัมผัสได้ถึงความเข้าอกเข้าใจ” พร้อมทั้งส่งเสริม สนับสนุน ให้นักเรียนเกิดการตระหนักรู้ในตนเอง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาความเชี่ยวชาญของตนเอง สามารถเลือกเส้นทางในอนาคตที่เหมาะสมกับบริบทของเขา อีกทั้งยังหวังว่าในวันข้างหน้า การงานจะเป็นประตูที่เปิดความสามารถของพวกเขาออกไปให้เป็นประโยชน์แก่โลกภายนอก

กิจกรรมแนะแนวการศึกษาต่อ ในช่วงหลักสูตรโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ พุทธศักราช 2562

ในช่วงหลักสูตรฯ พุทธศักราช 2562 กิจกรรมแนะแนวการศึกษาต่อถูกบรรจุเป็นคาบเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 โดยออกแบบบนพื้นฐานที่ว่า นักเรียนจะสามารถเลือกเส้นทางการศึกษาของตนเองได้ดีที่สุด จะต้องเริ่มจากการรู้จักตนเองก่อนว่า “ฉันเป็นใคร” “ให้คุณค่ากับสิ่งใดในชีวิต” “มีความถนัดและความสนใจอะไร” “อยากทำอะไร” และเมื่อนักเรียนเริ่มเห็นเค้าลางแล้ว ห้องเรียนวิชาแนะแนวฯ จะฝึกฝนให้นักเรียนรู้จักการนำเสนอตัวตนของตนเอง เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าศึกษาต่อในสถาบันที่คาดหวังไว้

เมื่อนักเรียนผ่านกิจกรรมในชั้นเรียนดังกล่าวแล้ว คุณครูจะนัดหมายนักเรียนทุกคนเข้าพบเพื่อพูดคุยเป็นรายบุคคลก่อนที่นักเรียนจะขึ้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เพื่อทบทวนความก้าวหน้าบนเส้นทางการแสวงหาความตระหนักรู้ในตนเอง

เมื่อขึ้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 คุณครูจะช่วยเหลือนักเรียนเป็นรายบุคคลในการเตรียมตัวสมัครเข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเรียนที่วางแผนศึกษาต่อมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ และมหาวิทยาลัยในประเทศด้วยระบบ TCAS รอบ 1 Portfolio ซึ่งการเตรียมตัวนั้นคุณครูและนักเรียนจะช่วยกันวิเคราะห์ตัวตน ดึงจุดเด่นและแรงจูงใจในการเลือกศึกษาต่อในคณะที่นักเรียนสนใจออกมานำเสนอ เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับคัดเลือกให้มากขึ้น เพราะมหาวิทยาลัยจะมองหาผู้สมัครที่มีคุณลักษณะเหมาะสมกับคณะและสาขานั้น ๆ การสะท้อนบุคลิกภาพ (Personality) ทัศนคติ (Attitude) ทักษะ (Skills) ความรู้ (Knowledges) ความสามารถ (Abilities) เป้าหมายและแรงจูงใจ (Goal and Passion) ของนักเรียน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะต้องนำเสนอ

 อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้ต้องการการสะท้อนตัวตนของนักเรียนอย่างลึกซึ้ง นักเรียนจะต้องตั้งและตอบคำถามเกี่ยวกับตนเอง เช่น “ทำไมจึงอยากเข้าเรียนในคณะหรือสาขาวิชานี้” “อะไรทำให้เรามีเป้าหมายที่อยากจะทำสิ่งนี้” เมื่อนักเรียนเริ่มทบทวนแรงจูงใจของตนเอง นักเรียนจะเริ่มค้นพบว่า ใคร เหตุการณ์ใด กิจกรรมใด มีอิทธิพลต่อการหล่อหลอมความเป็นตนเองและการเลือกเส้นทางการศึกษาต่อนี้ จากประสบการณ์ข้าพเจ้าสามารถแบ่งกลุ่มนักเรียนได้เป็นสองลักษณะ

ลักษณะที่ 1: กลุ่มนักเรียนที่ทบทวนตนเองแล้วพบว่าประสบการณ์ในอดีตหล่อหลอมตัวตนของเขาได้สอดคล้องกับเป้าหมายของเขา

ตัวอย่างเช่น นักเรียน A ตั้งใจจะสมัครหลักสูตรแพทยศาสตร์-วิศวกรรมชีวการแพทย์ เขามีเป้าหมายที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่สามารถสร้างประโยชน์เป็นวงกว้างให้ผู้อื่น ที่มาของเป้าหมายนี้มาจากการที่เขาเป็นเด็กที่ตั้งใจเรียนในห้องเรียน ช่างสงสัย และชอบค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม จึงเป็นเด็กที่มีความรู้มากและอยากนำความรู้ไปใช้ เขาจึงเข้าร่วมการแข่งขันทางวิชาการ เลือกทำโครงงานวิจัยที่สนใจ และค้นพบว่าสามารถนำความรู้ไปออกแบบสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นได้ แรงบันดาลใจในการทำประโยชน์ให้ผู้อื่นเริ่มจากการอาสาเข้ามาเป็นฝ่ายศิลป์ในงานกีฬาสีของโรงเรียน เพราะคิดว่าตนเองมีความสามารถด้านนี้และใช้มันให้เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมได้ จากบทบาทนี้เขาจึงเริ่มตระหนักในศักยภาพของตนเองและมีความสุขในการทำประโยชน์ให้ผู้อื่น จึงขยายขอบเขตไปสู่การเป็นประธานคณะสีที่ปฏิรูประบบการซ้อมเชียร์ และปรับรูปแบบกิจกรรมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ COVID-19 จากนั้นขยายตนเองไปเป็นกระบอกเสียงให้เพื่อน ๆ โดยเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการนักเรียน เป็นสื่อกลางระหว่างโรงเรียนกับนักเรียน เพื่อช่วยพัฒนาระบบการดูแลนักเรียนให้ดียิ่งขึ้น จะเห็นได้ว่าเส้นเรื่องของเขาต่อเนื่องและร้อยเรียงกันอย่างราบรื่น

ลักษณะที่ 2: กลุ่มนักเรียนที่ทบทวนตนเองแล้วพบว่าประสบการณ์ในอดีตที่หล่อหลอมตัวตนของเขาไม่สอดคล้องกับเป้าหมาย

ตัวอย่างเช่น นักเรียน B ตั้งเป้าหมายที่จะเข้าศึกษาต่อในคณะบริหารธุรกิจ ที่มาของเป้าหมายมาจากตอนเด็ก ๆ เขาชอบวิชาคณิตศาสตร์ เขาสนุกและท้าทายในการแก้ไขโจทย์ปัญหา จึงเป็นนักเรียนที่มีความสามารถทางคณิตศาสตร์เป็นพิเศษ การเป็นคนที่มีความสามารถในการเรียนนี้ตามมาด้วยความคาดหวังจากสังคมว่าเขาเป็นคนเก่ง และต้องเข้าเรียนในโรงเรียนเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ในที่สุดเขาก็สามารถสอบเข้าเรียนในโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ แล้วจึงพบว่าแท้จริงแล้วเขาไม่ชอบวิทยาศาสตร์ ดังนั้นตลอดการเรียนในแต่ละภาคเรียน เขาจึงต้องแบ่งความสนใจของเขาจากวิชาคณิตศาสตร์ พยายามติดตามเนื้อหาและทบทวนบทเรียนวิทยาศาสตร์ให้ทัน เพื่อให้เขามีผลการเรียนที่ดี เขาปฏิบัติตนเช่นนี้เรื่อยมาจนกระทั่งถึงช่วงเข้าพูดคุยรายบุคคลกับข้าพเจ้า เขามาด้วยโจทย์ที่ว่า “หนู/ผมจะเป็นอะไรดีคะ/ครับครู” เราได้พูดคุยกันจนพบว่าเขาชอบคณิตศาสตร์เชิงประยุกต์ และสนใจอาชีพในด้านธุรกิจเป็นพิเศษ เขาจึงตั้งเป้าหมายว่าจะเรียนคณะบริหารธุรกิจในมหาวิทยาลัยในฮ่องกงและยื่นสมัคร TCAS ในรอบ 1 Portfolio ด้วย แต่อุปสรรคคือประสบการณ์ที่ผ่านมาไม่ได้ถูกวางบนเส้นทางนี้เลย ทำให้ในช่วงมัธยมศึกษาปีที่ 6 เขาจึงจำเป็นต้องเร่งพาตนเองไปเข้าร่วมหรือแข่งขันกิจกรรมในเชิงธุรกิจ ไปพร้อม ๆ กับการเตรียมเอกสารในการศึกษาต่อด้วย

ข้าพเจ้าตั้งคำถามกับตนเองว่า เหตุใดนักเรียนทั้งสองลักษณะที่ล้วนเป็นคนเก่ง สามารถแก้ปัญหาที่ได้รับ และหาคำตอบให้โจทย์ต่าง ๆ ได้เสมอ แต่บางส่วนกลับไม่สามารถให้คำตอบกับคำถามในเรื่องของตนได้ และลืมตั้งคำถามที่สำคัญที่สุดไปว่า “ฉันกำลังทำอะไรอยู่” “จริง ๆ แล้วสิ่งที่ฉันกำลังทำอยู่นี้ ฉันทำเพื่ออะไร” “ฉันคือใคร” และ “ฉันอยากเป็นอะไร” เมื่อวิเคราะห์ดูแล้ว ข้าพเจ้าเห็นว่าสิ่งที่นักเรียนในลักษณะแรกแตกต่างออกไปก็คือ กิจกรรมใด ๆ ที่เขาเลือกทำล้วนเป็นไปตามเจตจำนงของตน ทำเพราะตนชอบ อยากรู้ อยากทำ เมื่อเห็นผลลัพธ์ในทางบวกแล้วจึงอยากใช้ความสามารถของตนขยายวงออกไปให้เป็นประโยชน์แก่โลกภายนอก

ในขณะที่นักเรียนลักษณะที่สองมักเลือกทำกิจกรรมตามความคาดหวังของสังคม และด้วยความเป็นคนเก่ง เขาจึงสามารถทำได้ดีและประสบความสำเร็จอยู่เสมอ อย่างไรก็ตามเมื่อกิจกรรมเหล่านั้นไม่ได้มาจากเจตจำนงของตน ในที่สุดเมื่อได้หยุดทบทวนตนเองมักพบว่า ประสบการณ์ที่ผ่านมาได้นำพาชีวิตให้ออกห่างจากความเป็นตัวตนของเขามากขึ้นเรื่อย ๆ และคำถามที่ว่า “ฉันคือใคร” ก็ยังคงเป็นคำถามที่ยากเสมอสำหรับนักเรียนกลุ่มนี้

ทีมคุณครูแนะแนวการศึกษาต่อจึงเห็นว่า เป็นไปได้หรือไม่หากจะนำกระบวนการตั้งคำถามกับตนเองที่คล้ายกันนี้มาปรับใช้กับนักเรียนทุกคนตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เพื่อให้นักเรียนได้ฉุกคิดถึงคำถามนี้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

woman wearing gray jacket

คณะทำงานกิจกรรมแนะแนวการศึกษา (Self-Discovery & Career Guidance) หลักสูตรโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ พุทธศักราช 2566

คณะทำงานกิจกรรมแนะแนวการศึกษาเกิดขึ้นเพื่อสร้างกระบวนการให้นักเรียนได้สำรวจตนเอง สำรวจข้อมูล เปิดโอกาสให้ตนเอง และมีกิจกรรมฝึกฝนให้นักเรียนได้กลับมาสะท้อนความคิดกับตนเอง (Self-reflection) ถึงสิ่งที่ตนเองกำลังทำว่า ในภาคเรียนนี้ได้ทำอะไร เพื่ออะไร อยากเห็นตัวเองในภาคเรียนหน้าเป็นอย่างไร และต้องทำอย่างไรเพื่อไปถึงจุดนั้น การฝึกฝนให้นักเรียนตั้งคำถามกับตนเองเช่นนี้ในทุก ๆ ภาคเรียน หมั่นทบทวนถึงสิ่งที่ได้ทำไป และตั้งเป้าหมายของตนเองในภาคเรียนถัดไป จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้คำตอบของคำถามที่ว่า “ฉันคือใคร” ค่อย ๆ ก่อร่างสร้างตัวได้ชัดเจนขึ้น

รูปแบบการจัดกิจกรรมในแต่ละภาคเรียน ประกอบไปด้วย 3 ช่วง

ช่วงที่ 1

กิจกรรม: คณะทำงานฯ จะจัดกิจกรรมให้ความรู้ ฝึกซ้อมสำรวจตนเอง สำรวจข้อมูล การสะท้อนความคิด และมอบภารกิจที่เกี่ยวข้องกับนักเรียน ให้นักเรียนไปปฏิบัติตลอด 1 ภาคเรียน

สิ่งที่นักเรียนได้รับ: นักเรียนได้เตรียมความพร้อมและฝึกซ้อมสำรวจตนเอง สำรวจข้อมูล และการสะท้อนความคิด

ช่วงที่ 2

กิจกรรม: นักเรียนปฏิบัติภารกิจการสำรวจตนเอง สำรวจข้อมูล และสรุปข้อมูลที่เกี่ยวกับตนเองลงใน Life Portfolio (นักเรียนสามารถสร้างสรรค์ Life Portfolio ได้อย่างอิสระบน Platform ที่นักเรียนถนัด)

สิ่งที่นักเรียนได้รับ: นักเรียนจะเกิดความเข้าใจตนเองใน 2 ระดับ คือ 1) เข้าใจตนเองจากการคิดทบทวนจากช่วงที่นักเรียนต้องปฏิบัติภารกิจ ซึ่งนักเรียนมีโอกาสได้ตั้งคำถามกับตนเอง ได้สำรวจตนเอง และสำรวจข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตนเอง 2) เข้าใจตนเองจากการเรียบเรียงผ่านตัวอักษรใน Life Portfolio

ช่วงที่ 3

กิจกรรม: นักเรียนสรุปภารกิจตลอด 1 ภาคเรียน และตั้งเป้าหมายสำหรับภาคเรียนถัดไปกับคุณครูที่ปรึกษาประจำชั้น

สิ่งที่นักเรียนได้รับ: นักเรียนจะเกิดความเข้าใจในตนเองมากขึ้นจากการสื่อสาร นักเรียนจะเกิดความรู้สึกอบอุ่นใจที่ได้เล่าเรื่องของตนเองให้คุณครูที่ปรึกษาประจำชั้นฟัง อีกทั้งการสื่อสารเรื่องของตนเองให้แก่ผู้อื่นจะช่วยสร้างพันธสัญญา (Commitment) ที่นักเรียนตั้งเป้าหมายให้ตนเอง

รายละเอียดกิจกรรมแนะแนวการศึกษา ม.4 ภาคเรียนที่ 1

ภารกิจ Explore majors/fields: มอบภารกิจให้นักเรียนหาข้อมูลเกี่ยวกับสาขา (Fields) ที่สนใจ และเลือกสิ่งที่ตนเองสนใจมากที่สุด 3 อันดับ โดยนักเรียนสามารถหาข้อมูลได้จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เช่น สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย มีแบบทดสอบความถนัดและแบบทดสอบบุคลิกภาพเป็นตัวจุดประกายการตั้งคำถามเกี่ยวกับตนเอง

ความหมายของกิจกรรม: กิจกรรมนี้แท้จริงแล้วมิได้มุ่งหมายให้นักเรียนต้องตัดสินใจเลือกสาขา (Fields) ที่จะเป็นอาชีพ หากแต่ต้องการให้นักเรียนได้รับความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับอาชีพที่มีความหลากหลายยิ่งกว่าที่พวกเขาเคยจินตนาการถึง การตั้งโจทย์ให้นักเรียนได้ลองเลือกสาขา (Fields) ที่ตนเองสนใจ จึงเป็นประตูบานแรกที่เปิดไปสู่การทบทวนตนเองและตั้งคำถามต่อตนเองว่า “ฉันคือใคร” เพราะในขณะที่หาข้อมูลและเลือกอยู่นั้น นักเรียนจะเกิดการทบทวนตนเองโดยอัตโนมัติถึงความชอบ ความสนใจ ความคาดหวัง และคุณค่าที่ตนเองให้ ดังนั้นสิ่งที่เขาเลือกจึงเป็นสิ่งที่แสดงความเป็นตัวตนของเขาเอง เมื่อนักเรียนได้ตัดสินใจเลือกสาขา (Fields) มา 3 อันดับแล้ว สิ่งเหล่านี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้นักเรียนตั้งคำถามกับตนเองให้ลึกต่อไปอีกว่า อะไรที่ทำให้ชอบ คาดหวัง และให้คุณค่ากับสิ่งนี้

รายละเอียดกิจกรรมแนะแนวการศึกษา ม.4 ภาคเรียนที่ 2

ภารกิจ Explore your strength (Skills): มอบภารกิจให้นักเรียนสำรวจและวิเคราะห์ทักษะของตนเอง ผ่านการคิดทบทวนเกี่ยวกับประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต โดยคณะทำงานฯ ได้ให้นักเรียนเขียนเรื่องราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของนักเรียนมา 2 เรื่อง จากนั้นให้ฝึกวิเคราะห์ทักษะที่เกิดขึ้นจากเรื่องราวนั้น ๆ และให้สรุปรวมว่าทักษะที่โดดเด่นของตน 3 ทักษะคืออะไร พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายถึงทักษะที่อยากพัฒนาในอนาคต

ความหมายของกิจกรรม:

  • ธรรมชาติของมนุษย์มักตระหนักในทักษะของตนผ่านการลงมือทำ คณะทำงานฯ เล็งเห็นจุดเด่นของการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ว่าเป็นกิจกรรมที่มุ่งหมายให้นักเรียนได้มีโอกาสลองและทำกิจกรรมที่หลากหลาย ซึ่งล้วนแล้วแต่สร้างทักษะให้นักเรียนหลายประการ คณะทำงานฯ จึงจัดกิจกรรมนี้เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้กลับมาทบทวนและวิเคราะห์ทักษะที่เกิดขึ้นจากการทำกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของโรงเรียน
  • การที่นักเรียนเลือกเขียนเรื่องเพียง 2 เหตุการณ์ ยังให้ความหมายที่แฝงอยู่อีกชั้นหนึ่งว่านักเรียนให้คุณค่ากับอะไรในชีวิต อีกทั้งยังสามารถเชื่อมโยงได้ว่าอะไรที่มีส่วนในการหล่อหลอมตัวตนของนักเรียนจนเป็นอย่างทุกวันนี้
  • การที่นักเรียนต้องสรุปรวมทักษะที่โดดเด่นของตนมา 3 ทักษะ และตั้งเป้าหมายทักษะที่ต้องการพัฒนาเพิ่มเติม เป็นการให้ข้อสรุปแก่ตนเองว่า ณ ขณะนี้ “ฉันรู้ว่าฉันมีทักษะอะไรที่โดดเด่น” และ “ฉันรู้ว่าฉันยังต้องพัฒนาทักษะใดเพิ่มเติม”[1]

จะเห็นได้ว่า กิจกรรมแนะแนวการศึกษา หลักสูตรโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ พุทธศักราช 2566 ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างความตระหนักรู้ในตนเอง โดยเริ่มต้นจากการชักชวนให้นักเรียนสำรวจโลกและความหลากหลายของอาชีพเพื่อรับรู้ข้อมูลปัจจุบัน นำไปสู่การเริ่มตั้งคำถามถึงคุณค่าที่ตนเองให้แก่ชีวิต จากนั้นสำรวจตนเองให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นผ่านประสบการณ์การลงมือทำกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งในและนอกโรงเรียนเพื่อค้นพบทักษะที่ตนเองมี และวางแผนการพัฒนาตนเองในอนาคต


[1]บทความนี้เขียนเมื่อนักเรียนรุ่นแรกของหลักสูตรโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ พุทธศักราช 2566 กำลังศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 จึงกล่าวถึงรายละเอียดกิจกรรมแนะแนวการศึกษาเพียงในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ซึ่งสรุปข้อมูลได้แล้ว

อ้างอิง

โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์. (2562). หลักสูตรโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ พุทธศักราช 2562. https://www2.mwit.ac.th/mwitDoc/curriculum/mwits-curriculum-62.pdf


โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์. (2566). หลักสูตรโรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ พุทธศักราช 2566.

https://drive.google.com/file/d/19ZuUi5Ru6FMK1XvNqUUnnmFoQGvE8Wz3/view

โสรีช์ โพธิแก้ว. (2540). แนวคิดจิตวิทยาการปรึกษาและทัศนะจากประสบการณ์. สำนักงานจิตวิทยาและ

พัฒนา.


โสรีช์ โพธิแก้ว. (2552). กระแสธารแห่งชีวิต. พิมพ์สวย.


Brooks, K. (2021). What color is your parachute? for college. Ten Speed Press.


We uses cookies to improve the functionality, performance, and effectiveness of our communications, detailed in our Privacy Policy. By continuing to use this site, or by clicking "Agree," you consent to the use of cookies.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ Settings

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น (Necessary Cookies)
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้ - Session Cookies Administered by: Us Purpose: These Cookies are essential to provide You with services available through the Website and to enable You to use some of its features. They help to authenticate users and prevent fraudulent use of user accounts. Without these Cookies, the services that You have asked for cannot be provided, and We only use these Cookies to provide You with those services.

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์ (Analytical Cookies)

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้ - Persistent Cookies Administered by: Us Purpose: These Cookies allow us to remember choices You make when You use the Website, such as remembering your login details or language preference. The purpose of these Cookies is to provide You with a more personal experience and to avoid You having to re-enter your preferences every time You use the Website.

Save